Distance & Wall

posted on 15 Aug 2008 10:04 by iatrogenic

Let's we discuss in English despite my unexplanable emotional status. Now, I'm writing in Physiology period and wishing the teacher won't complain me.

At the right moment, I've discovered that there're wall & distance between I and the others. I don't know whether I produce them or the invisible hand did it. I relaize that this isn't the normal situation but I couldn't find any way to work this thing out.

In this period of my life, I'm trying to make my life happy in this suffering hospital but I can't do it. My life is so suffering from everything that come into my life. How could I find a way to make everything better? I have no idea in my mind.

 

Wishing everything'll be better in the next week.

Wishing I'll have a better life.

Wishing everything'll end up happily.

Wishing all my wishes will be TRUE.

thanks for reading this junk article

Pharmacotoxicity

posted on 21 May 2008 02:28 by iatrogenic

ที่ตั้งชื่อว่า pharmacotoxicity ก็หมายถึงพิษจาก pharmaco มันจะเป็นยังไง มาดูกัน 

วันนี้มีสอบ pharmaco มา รู้สึกเหมือนว่าจะทำได้แต่ก็ไม่รู้ว่าจะถูกรึเปล่า ชื่อยานี่ก็คุ้นๆ เกือบทุกตัว กามั่วถูกรึเปล่าก็ไม่รู้ แต่ก็ช่างมันเถอะ นี่มันแค่สอบ formative ยังเหลือสอบ sum(mer) อีก จริงๆ แล้วก็คือสอบ summative แหละ summer นี่หวังว่าคงจะไม่ต้องเจอกันนะ

ช่วงนี้ pharmaco ก็เรียนเกี่ยวกับ antimicrobial drug ซึ่งเกี่ยวกับยาต้านจุลชีพต่างๆ อาจารย์ก็สอนเร็วมากๆ จนเราว่าจะซื้อเบรกมาฝากอาจารย์ซะแล้ว แล้วสอนๆ ไปนี่ก็เหมือนจะช่วยเน้นจุดที่สำคัญให้ แต่ไปๆ มาๆ กลับกลายเป็นว่าเน้นเนื้อหาเกือบทั้งชีท ชื่อยาเกือบ 100 ตัว โอ้ว สมองเรานะเฟ้ย ไม่ใช่ super hard disc ที่จะเก็บข้อมูลทุกอย่างที่ต้องการได้ เจอไปอย่างนี้แล้วแทบอยากจะ apoptosis เลยอ่ะ

ไม่รู้นะว่าทำไมคุณภาพชีวิตปีสามของเรามันแย่อย่างนี้ รู้สึกว่าจุดประสงค์ของการเรียนเพื่อช่วยคนอื่นนี่ อาจจะยังไม่ต้องคิดถึงก็ได้ ตอนนี้ต้องคิดก่อนว่า จะช่วยตัวเองยังไงให้รอดจนจบปี 6 ให้ได้

เวรกรรมของนศพ.จริงๆ

ปีสามสุดโหด

posted on 18 May 2008 01:16 by iatrogenic

รู้สึกว่าเราจะไม่ได้มาเขียนซะนาน ไม่รู้ว่ามีใครติดตามอ่านอยู่รึเปล่าเนี่ย

ตอนนี้เปิดเทอมมา 4 อาทิตย์แล้ว ยังคนเรียนหนักเหมือนเดิม ไม่สิ บางวิชาเรารู้สึกว่ามันหนักกว่าเดิมมากๆ เลย อย่างเช่น parasite มีอาจารย์คู่ combination สุดโหด คนนึงสอนช้ายังกับเต่าคลาน พูดเสียงเบาๆ เนิบๆ ชวนหลับไหล กับอีกคนที่สอนยังกะติดจรวด ขนาดฟังยังไม่ทันเลย เรื่องจดตามน่ะเหรอ อย่าคิดเลยว่าจะทัน lab วิชานี้ก็สุดเหียก ไม่ค่อยมีอาจารย์มาคุม ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเจ้าหน้าที่ หลายๆ คนก็มีความรู้ดี ถามอะไรตอบได้หมด แต่บางคนนี่สิ ห่วยมากๆ เลย เวลาเรียกมาดู simple saline smear แล้วไม่เจอสิ่งที่ต้องการก็จะบ่นๆ บอกว่าเรียกมาทำไม แล้วพอเราถามว่าแล้วที่ชี้คืออะไรก็ตอบไม่ได้ แย่จริงๆ สงสัย ventilation คราวนี้เราจะต้องเอาให้หนักซะแล้ว

microbio ตอนแรกรู้สึกว่าโหดร้ายทารุณมาก แต่ตอนนี้เริ่มเข้ากับมันได้แล้ว อาจารย์ที่สอนถึงแม้จะดูโหดแต่ก็รู้สึกได้ถึงความใจดี อุตส่าห์เปิด Microbiology Fan Club ตอนเช้าให้นศพ.มาถามคำถามด้วย ถึงแม้ว่าชื่อ bacteria จะเยอะ แต่เราคิดว่าวิชานี้ไม่น่าจะหนักหนาสาหัสมากสำหรับเรานะ

patho ไม่ได้เรียนซะนาน คาบล่าสุดนี่มีคนบอกว่าอาจารย์สอนดีนะ แต่เราดันหลับ ด้วยเกิดพิษจากการนอนน้อยไปหน่อย  ก็คงต้องพยายามทำให้รู้เรื่องให้ได้ แต่ lab วิชานี้ก็สุดๆ เหมือนกัน เราไม่ชอบอาจารย์ประจำห้องเราเลย ทำตัวเหมือนจะกินหัวนศพ. ไม่ค่อยอยากจะไปถาม she เท่าไหร่เลย

pharmaco วันอังคารนี้จะมีสอบ formative ด้วย ยังอ่านหนังสือไปไม่ถึงไหนเลย ตอนแรกๆ ก็เรียนโอเคอยู่หรอก แต่พอเริ่มมีชื่อยาเข้ามาเกี่ยวแล้วก็ เหอะๆ จำกันแทบไม่หวาดไม่ไหว อยากจะต้มชีทอาจารย์กินแทนอาหารจังเลย ถ้ามันทำให้จำได้นะ จะต้มกินให้หมดเลย คอยดู

ต่อมาก็ neuro วิชานี้ก็เฉยๆ อ่ะ ไม่มีอะไรจะบรรยายมาก อาจารย์ก็ชุดเดิมที่เคยสอนตอนปี 2 บางคนก็สอนดี บางคนก็สอนห่วย เรามีความรู้สึกว่าภาควิชานี้จะสอนประชดฝ่ายการศึกษาอยู่อ่ะ เราก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงเหมือนกัน แต่ดูจากคำพูดของอาจารย์แล้วก็รู้สึกได้อ่ะ ก็อย่างว่าแหละ ด้วยเรื่องปรับหลักสูตรนี่แหละที่ทำเอาเราเกือบตายไปเหมือนกัน ถ้าว่างๆ เดี๋ยววันหลังจะเล่าให้ฟัง

สุดท้ายก็ immuno วิชานี้ไม่มีอะไรจะด่า รู้สึกว่าเป็นวิชาที่อยากเรียนที่สุดแล้ว อาจารย์แจก courseware ทุกคาบ สอนก็ ok หลับบ้างตื่นบ้างก็พอรู้เรื่อง เป็นวิชาที่เรารู้สึกว่าชอบมากที่สุดแล้วหล่ะ ภาควิชาอื่นน่าจะมาดูงานภาค immuno บ้างแล้วปรับไปใช้กับภาคตัวเอง จะได้เรียนรู้เรื่องขึ้นมาหน่อย

หลายๆ ครั้งมากเลยที่รู้สึกอยากจะเดินขึ้นไปตึกอดุลย์ชั้น 6 แล้วบอกว่า  "ขอลาออกครับ"  แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะมันเลย point of no return ไปแล้ว จะไหวหรือไม่ไหวยังไง ก็ต้องทนต่อไป มีเพียงไม่กี่อย่างที่ทำให้เราทนอยู่ต่อไปได้ นั่นก็คือ กำลังใจจากเพื่อนและพี่รหัสที่แสนดี ขอบคุณทุกๆ คนมากเลยนะครับ

ตอนนี้น้องปี 2 ก็เปิดเทอมแล้ว คงยังเรียนไม่หนักมาก แต่ก็อย่าประมาทนะน้อง พยายามอ่านหนังสือให้มากๆ แล้วน้องจะไม่ทรมานตอนสอบ

ส่วนปี 3 ะอ่านตอนนี้ให้มากแค่ไหนก็ทรมานตอนสอบอยู่ดีแหละน่า 5555555

เรียนๆ กันเข้าไป จบ 6 ปีคงไปไถนาได้แหละ 

 

CBTT (Cerebral Books Tolerance Test)

posted on 01 May 2008 02:33 by iatrogenic

เห็นชื่อแบบนี้อย่าคิดนะว่าเราจะเขียนแนววิชาการ เพราะมันไม่ใช่เลย เรื่องของเรื่องคือวันนี้เราจะนำเสนอ Cerebral Books Tolerance Test หรือเรียกเป็นภาษาไทยว่า การทดสอบความทนของสมองต่อหนังสือ เป็นการทดสอบใหม่(เมื่อนานมาแล้ว) ที่ศิริราชได้คิดค้นขึ้นเพื่อทดสอบนักศึกษาแพทย์ โดยจะให้ซื้อ/ให้ยืมหนังสือเป็นจำนวนมาก แล้วให้พยายามยัดเนื้อหาที่อยู่ในหนังสือเข้าไปในสมองให้ได้มากที่สุด เสร็จแล้วก็จะมาทดสอบโดยการสอบเพื่อประเมิณว่ามีความรู้เหลืออยู่ในหัวมากน้อยเพียงใด  ต่อไปคือรายละเอียดการทดลอง

 

วัตถุประสงค์

เพื่อทดสอบความทนของสมองต่อหนังสือปริมาณมากมายมหาศาลที่อ่านเท่าไหร่ก็ไม่จบซักที หรือถึงอ่านจบก็จำไม่ได้

 

Subject

นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 3 ทุกคน

 

การปฏิบัติตัวของ Subject

ให้ Subject ทุกคนมารับหนังสือตามที่คณะกำหนดทุกครั้ง และพยายามยัดเนื้อหาที่มีในหนังสือเข้าไปในสมองให้ได้มากที่สุด คณะจะทำการทดสอบความทนของสมองโดยการสอบตามตารางที่กำหนด ระหว่างการทดลอง ขอให้ Subject ทุกคนใช้เวลากับการอ่านหนังสือให้มากเป็นพิเศษ เพื่อที่จะได้ให้ผลออกมาชัดเจนและสามารถป่าวประกาศถึงความหนักหน่วงของการเรียนที่นี่ได้ หากมีอาการแทรกซ้อนระหว่างการทดลอง ขอให้ปรึกษาอาจารย์โดยทันที แต่ถ้าหากมีอาการแพ้หนังสือ ขอให้ไปแสดงความประสงค์ที่จะลาออกได้ที่ฝ่ายการศึกษา ทั้งนี้ คณะจะไม่รับผิดชอบต่อ lesion ที่เกิดกับสมองของ Subject แต่ประการใด

 

เฮ้อ....ไม่อยากจะบอกเลยว่าเปิดเทอมมายังไม่ทัน 2 อาทิตย์ดีก็มีหนังสือมาให้อ่านเกิน 10 เล่มแล้ว นี่ยังไม่นับชีทอีกนะเนี่ย ว่าแล้วก็ไปอ่านหนังสือต่อดีกว่า 

วงจรอุบาทว์

posted on 30 Apr 2008 01:39 by iatrogenic

วันนี้ตอนเย็นมี mini อบรมด้วย ก็ได้เจอพี่ senior ของเราแล้วก็พี่ extern รุ่น 114 ก็คิดว่าได้อะไรไปมากพอสมควรเหมือนกัน มีอยู่ตอนหนึ่งที่พี่ถามว่า "ใครคิดว่าการเรียนหมอมันหนัก มันเหนื่อย เราท้อแล้ว อยากจะลาออกจากศิริราชบ้าง ? " เราอยากจะยกมือมากๆ เลย เพราะคำนี้มันตรงกับเรามากๆ การเรียนที่หนักหนาสาหัสทำให้เราท้อแท้กับการเรียนไปได้มากเลย นี่ขนาดพยายามคิดว่าเรียนเพื่อคนไข้แล้วนะ ยังรู้สึกว่าแทบทนไม่ไหวเลย เฮ้อ....อยากลาออกจัง

เราคิดว่าการเรียนปี 3 ของเราในช่วงนี้ก็คงเข้าสู่ steady state แล้วล่ะ คือมันก็หนักหนาสาหัสเหมือนเดิม แต่ก็เหมือนว่าทนกับมันได้แล้ว ว่ายังไงๆ ก็ต้องเจอ ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้

เมื่อไหร่จะหลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์นี้ซักทีนะ